สพฐ.พร้อมถ่ายโอน รร.เล็กไม่อั้น
posted on 22 Aug 2008 13:58 by neverbeen in Education
สพฐ.พร้อมถ่ายโอน รร.เล็กไม่อั้น
นายโอฬาร ไชยประวัติ ประธานกรรมการบริหารสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) กล่าวในการเสวนาเรื่อง “ยุทธศาสตร์การยกคุณภาพ อันเนื่องมาจากผลการประเมินคุณภาพการศึกษา” เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า จากการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษา พบว่า ผลการประเมินออกมายังไม่เป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะในโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนยังค่อนข้างต่ำ มีผลมาจากครูไม่มีประสิทธิภาพ และไม่ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ ดังนั้นครูจะต้องมีการปรับปรุงคุณภาพ ทั้งเรื่องความเก่ง ความขยัน ความเอาใจใส่ และยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยให้เด็กเรียนตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และให้เวลาแก่เด็กที่มีผลการเรียนต่ำมากขึ้น รวมทั้งควรนำครูตู้และสื่อสมัยใหม่มาใช้ประโยชน์ให้เกิดแก่เด็กบ้าง
คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า การประเมินภายนอกสถานศึกษาเป็นประโยชน์มาก เพราะทำให้โรงเรียนมีข้อมูล และเมื่อมีการผนวกผลการประเมินเข้ากับหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะใหม่ที่จะนำมาใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ก็ยิ่งทำให้ครู และผู้บริหารมีความตื่นตัวในการพัฒนาคุณภาพของนักเรียนและโรงเรียนมากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จากผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 2 จำนวนกว่า 6,000 โรง พบว่า มีโรงเรียนคุณภาพดีขึ้น 51% คุณภาพคงที่ 45% และคุณภาพแย่ลง 4% โดยโรงเรียนที่ไม่ผ่านส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่ไม่มีผู้บริหาร ขาดครู และกำลังจะถูกยุบ
“ที่ผ่านมา สพฐ.ได้หาแนวทางพัฒนาคุณภาพโรงเรียนมาตลอด เช่น ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) ตรวจสอบว่ามีโรงเรียนอยู่ในเกณฑ์โคม่ากี่โรง ที่ไหน เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือ รวมถึงประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งหาก อปท.จะรับโอนโรงเรียนขนาดเล็ก ทางสพฐ.ยินดีโอนให้แบบไม่จำกัดจำนวน แต่ถ้าไม่รับโอนก็จะมาช่วยกันพัฒนา” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว.
ที่มา - เดลินิวส์ วันที่ 21 สิงหาคม 2551 เวลา 08:31 น.
นายโอฬาร ไชยประวัติ ประธานกรรมการบริหารสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) กล่าวในการเสวนาเรื่อง “ยุทธศาสตร์การยกคุณภาพ อันเนื่องมาจากผลการประเมินคุณภาพการศึกษา” เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า จากการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษา พบว่า ผลการประเมินออกมายังไม่เป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะในโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนยังค่อนข้างต่ำ มีผลมาจากครูไม่มีประสิทธิภาพ และไม่ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ ดังนั้นครูจะต้องมีการปรับปรุงคุณภาพ ทั้งเรื่องความเก่ง ความขยัน ความเอาใจใส่ และยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยให้เด็กเรียนตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และให้เวลาแก่เด็กที่มีผลการเรียนต่ำมากขึ้น รวมทั้งควรนำครูตู้และสื่อสมัยใหม่มาใช้ประโยชน์ให้เกิดแก่เด็กบ้าง
คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า การประเมินภายนอกสถานศึกษาเป็นประโยชน์มาก เพราะทำให้โรงเรียนมีข้อมูล และเมื่อมีการผนวกผลการประเมินเข้ากับหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะใหม่ที่จะนำมาใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ก็ยิ่งทำให้ครู และผู้บริหารมีความตื่นตัวในการพัฒนาคุณภาพของนักเรียนและโรงเรียนมากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จากผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 2 จำนวนกว่า 6,000 โรง พบว่า มีโรงเรียนคุณภาพดีขึ้น 51% คุณภาพคงที่ 45% และคุณภาพแย่ลง 4% โดยโรงเรียนที่ไม่ผ่านส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่ไม่มีผู้บริหาร ขาดครู และกำลังจะถูกยุบ
“ที่ผ่านมา สพฐ.ได้หาแนวทางพัฒนาคุณภาพโรงเรียนมาตลอด เช่น ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) ตรวจสอบว่ามีโรงเรียนอยู่ในเกณฑ์โคม่ากี่โรง ที่ไหน เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือ รวมถึงประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งหาก อปท.จะรับโอนโรงเรียนขนาดเล็ก ทางสพฐ.ยินดีโอนให้แบบไม่จำกัดจำนวน แต่ถ้าไม่รับโอนก็จะมาช่วยกันพัฒนา” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว.
ที่มา - เดลินิวส์ วันที่ 21 สิงหาคม 2551 เวลา 08:31 น.