homemade : ไฟดับ

posted on 11 Apr 2008 16:20 by neverbeen

 

 

 

 

ระหว่างไฟดับเวลาบ่ายสามโมง เดือนเมษายน

พัดลมหยุดทำงาน และภายในบ้านอบอ้าวเกินจะทำไม่รู้ร้อน

 


ฉันไปยืนทอดอาลัยต่ออุณหภูมิโลกอยู่หลังบ้าน

จากตรงนั้น สามารถมองเห็นได้ไกลถึงริมตลิ่ง

ซึ่งจะมองได้อย่างนี้เฉพาะในหน้าแล้ง

เพราะใบของต้นสักหนาทึบ ทิ้งร่วงลงจากกิ่งก้าน

เหลือแต่ขั้วดอกแห้งๆ สีน้ำตาลติดปลายกิ่ง

เปิดทิวทัศน์หลังบ้านให้กลายเป็นป่าโปร่ง

 


พื้นดินริมน้ำเป็นสีน้ำตาลเกือบขาวครีม

หน้าแล้งอย่างนี้ ลมพัดมาทีหนึ่ง ฝุ่นดินจึงฟุ้งกระจาย

ริมแม่น้ำมักจะมีลมโบกไปมาอยู่เสมอ

ฤดูปิดเทอมใหญ่อย่างนี้ เชื่อว่าบ่ายคล้อย หากไปริมน้ำ

ก็จะได้เห็นทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่พากันลงอาบน้ำ

นานครั้งมีเรือพาย สัญจรข้ามระหว่างฝั่ง

 

 

หากฉันไปเมื่อสิบปีที่แล้ว..

 

 

วันนี้ ถึงแม้ว่าไป ก็ไม่มีให้เห็น :)

 

 

 

เด็กๆ อยู่ที่ไหนเล่า?

 

 


เป่าลมทำความรู้จักกับรูของแมงช้าง

หิ้วน้ำไปหยอดรูจิ้งหรีด เด็ดหัว เคล้าเกลือ ย่าง

ใช้ช้อนสังกะสีขุดดินลงไปเป็นเบ้าขนมครก

สักพักเปลี่ยนจากหลุมเบ้าขนมครก เป็นที่ดีดลูกแก้ว

เดินทางสำรวจการเติบโตของลูกมะม่วง กะวันมาเก็บ

 

 


ลานดินร้างเด็ก..

เด็กๆ ไปไหนเล่า?

 

 

 

ไฟดับเวลาบ่ายสามโมง

 


ฉันอยากเห็นเรือโยงข้าวสาร

โยงกันผ่านลำน้ำนี้ไปอย่างช้าๆ

เหลือเกิน..

 

 

 


เสียงสวยสะอาดเสียงหนึ่งแว่วมา

"ใส่รองเท้าด้วยค่ะลูก ดินจะเปื้อนเท้า"


เท้าเปล่าเปลือย สอนให้เราระวัง.. ยิ่งกว่า..

 

 


พ่อแม่เขาคงไม่อยากให้ครูสอนลูกแบบนั้น?

 

 

 

คราวสะดุดล้มบนแผ่นดิน น้ำตาย้อย สะอื้นฮัก

"โอ๋ ล้มตรงไหนลูก อย่าร้องๆ แม่ตีพื้นเลยน๊า นี่แน่ะๆ"

 

เป็นไรไม่สอนให้เจ็บแล้วจำ

 

 

 

ไฟดับเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น..

ลมแม่น้ำก็พัดชายโชยมาถึงบนฝั่งตรงนี้

 

 

แมวค่อนหนุ่มสีเหลืองบาดเจ็บเป็นแผลเหวอะที่สะโพก

มันนอนนิ่ง บางครั้งขยับตัวไล่แมลง

ส่งเสียงครางเบาๆ เมื่อฉันมองด้วยสายตาพินิจ

ใจต่อใจคงรู้ว่า คนไม่ชอบหน้าแมว อีกทั้งไม่เคยเสวนากัน

"ไม่เคยเห็นแมวเป็นแผลหรือไงวะ" เสียงครางของแมวอาจแปลเช่นนั้น

เพราะฟังไม่เหมือนคร่ำครวญ แต่เหมือนรำคาญ เรียกว่า ทัศนะตรงกัน

 

 

นอนนิ่ง รักษาตัว

มันรู้วิธีของมันเอง

 

 

เผื่อตาย คงตายแบบรู้ต้นสายปลายเหตุ

ด้วยตัวแมวเองอีกเหมือนกัน :)

 

 

 

บางคน.. รักษาแผลคล้ายแมว - ใช้น้ำลาย

บางคน.. ใช้น้ำตา

 

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

นั่นสิครับ สมัยนี้ไม่มีเด็กคนไหนวิ่งเล่นนอกบ้านอีกต่อไปแล้ว ถ้าในเมืองก็คงเพราะไม่มีที่ให้วิ่งเล่น(มีแต่พื้นคอนกรีตกับรถฉวัดเฉวียนไปมา) น่าเสียดายนะครับมีที่ให้ได้วิ่งเล่นแต่ไม่มีใครวิ่งเล่น
เฮ้อ...อยากยอ้นกลับไปดีดลูกแก้วสบายๆ ไม่ต้องคิดอะไรมากจริงๆ

#1 By Zirius Sandorius on 2008-04-11 17:16

พูดถึงเด็กเมือง บางมุมน่ารัก เช่น สวนสุขภาพริมน้ำ
ครอบครัวที่มีเวลา พากันมาใช้เวลาร่วมกัน
หนุ่มสาวคู่รัก กลุ่มเด็กๆ นักดนตรีสมัครเล่น

big smile

แบ่งเวลาจากห้องเรียนกวดวิชา หรือ ออกมาจากหน้าจอเกมกันบ้าง
มันทำให้รู้สึกว่าสังคมมนุษย์ก็น่ารักดีเหมือนกัน

#2 By neverbeen kiss* on 2008-04-11 17:32



รักษแผลสำหรับฉันใช้น้ำตา

#3 By me-myself on 2008-04-11 17:44

ไม่เคยหยอดน้ำรูจิ้งหรีด เคยเล่นดินโคลน หญ้าหัวไก่ ปั้นลูกหิน ทำนองนี้

ผมไม่เคยอยู่ริมน้ำ แต่อยากอยู่สุดใจ อยากนั่งมองแม่น้ำไหล เสียงรินริน เรือโยงน่ะยังพอมีครับ แต่ควันไฟที่หุงหาลอยละล่องออกจากเรือโยงนี่น่าจะหายาก

เราหยุดอะไรที่เราอยากหยุดไว้ไม่ได้สักอย่าง

ผมชอบที่คุณเขียนconfused smile Hot!

#4 By A man next door* on 2008-04-11 20:44

คิดถึง
คุณทำให้ผมคิดถึงคลองใหญ่หลังบ้าน ที่นั่นต้นหว้าของผม ชิงช้าไม้ และต้นฝรั่ง มันแจ่มชัดขึ้นมาในความรู้สึก
ขอบคุณที่ทำให้ผมคิดถึงมันอีกครั้ง

#5 By นายใบ on 2008-04-12 00:05

ซาบซ่านอย่างไรไม่รู้สิครับ





ชอบจังเลยฮะ อยากแวะมาอีกเรื่อยๆ big smile

#6 By Zairen_Bibliophobia on 2008-04-12 12:10