Stranger on The Shore
posted on 03 Apr 2008 10:21 by neverbeen
ว่ากันว่า ชีวิตคนเราก็เหมือนนั่งบนชิงช้าสวรรค์
เครื่องเล่นที่มีการลงแล้วขึ้น ขึ้นแล้วลง
ยิ่งขาลง ลงมาก วืดมาก ขาขึ้น ก็ยิ่งรู้สึกแจ่มมากๆ
แต่ถ้า.. ลงแล้วขึ้น ขึ้นแล้วลง หลายครั้ง
วนรอบได้หลายรอบแล้ว ยังรู้สึกวืดหนักๆ ทุกครั้งที่ลง
และตื่นเต้นดีใจแรงๆ ทุกครั้งที่ขึ้น
นั่นคงแปลว่า เราเป็นผู้เล่นที่ไม่ได้เรียนรู้อะไรมากนัก
แต่ถ้าเมื่อไร ขึ้นก็ไม่รู้สึก ลงก็ไม่รู้สึก
นั่นคงถึงเวลาตีตั๋วเลิกเล่นได้แล้ว (เอ๊ะ มีไหม?)
ฉันเคยขึ้นไปนั่งบนชิงช้าสวรรค์เพียงครั้งเดียว
เป็นงานวัดที่จัดเป็นงานประจำปีแถวบ้าน
จำได้ว่าขึ้นไปอย่างพยายามจับความรู้สึกตัวเองเต็มที่
ปรากฎว่า เรารู้สึกปลอดภัยกว่าเมื่อหมุนลงมาใกล้พื้นดิน
แต่ก็รอคอยที่จะหมุนขึ้นอีก และขาขึ้นตื่นเต้นกว่าขาลง..
มีคนนั่งด้วย แต่ลืมหน้า.. ไม่ได้จงใจลืมเลยหนา ให้ตายเถิด
อีกครั้งหนึ่ง ที่มีลักษณะแขวนลอยอย่างนี้
คือ cable car ที่ข้ามจากแผ่นดินสิงคโปร์ไปลงเกาะเซนโทซา (Sentosa)
เส้นฟ้าไม่มีกิ่ง และทะเลไม่ใช่เบาะรองรับ ความคิดอะไรทำนองนั้น
กระเช้าข้ามแม่น้ำแถวบ้านเรามีมาตั้งนานแล้ว และข้ามหลายรอบแล้ว
แต่ข้ามทะเลนี่มันต่างจริงๆ เจ้าพระคุณเถอะ..
ลดความระทึกใจด้วยการคว้ากล้องขึ้นถ่ายภาพ
มนุษย์พยายามสร้างกิ่งก้านไว้บนฟ้า
cable car ก็เหมือนผลไม้หลายสี ที่วิ่งได้ :)
*ว้า ทำไมค้นภาพไม่เจอ เก็บไว้ตรงไหนเสียแล้ว??
วันนี้ วันหยุด.. ฉันให้เวลากับเพลงบรรเลง
ระหว่างวันของการเตรียมสอบ Comprehensive
คืนที่ผ่านมาฝนตกหนักกลางดึก พื้นดินยังชื้นถึงตอนนี้
นั่นอาจไม่ใช่สาเหตุให้ฉันตื่นสายหรอก :P
Stranger on The Shore : Kenny G
ใครหนอช่างตั้งชื่อเพลง..
*เหมาะกับคุณเสียจริงค่ะ
>
ชอบคำเส้นฟ้าไม่มีกิ่ง ทะเลไม่ใช่เบาะรองนั่งด้วย
เปรียบซะเห็นภาพเลย
เท่าที่อ่านมา เคยได้ยินแต่คนบอกว่าชีวิตเหมือนรถไฟเหาะ
นี่ครั้งแรกจริงจริง ที่ได้ยินว่าชิงช้าสวรรค์
ดูสงบดี..
#1 By sunnysunday:) on 2008-04-03 11:19